ยินดีต้อนรับครับ

ผมตระหนักว่าการสื่อสารทางเดียวเป็นเรื่องที่ไม่ครบถ้วนเพราะจะขาดความคิดเห็นดีๆ ที่อยากตอบกลับมาด้วย หลายๆท่านเมื่อชมสารคดีที่ผมทำไปจะได้ถามกลับหรือโต้แย้งกลับได้ เพราะแน่นอนว่าความรู้ในพระเจ้าต้องเสริมสร้างกันไปจนกว่าจะถึงความสมบูรณ์ จึงไม่มีอะไรดีไปกว่าสน้อมรับด้วยใจคาราวะ และบทความต่างๆเป็นแนวคิดที่เกิดขึ้น ถ้าพระเจ้านำและเป็นประโยชน์ หวังว่าจะเป็นพระพรแก่ผู้มาชม แล้วช่วยเม้นหน่อยนะครับเพราะเขียนไปบางที่ลืมตัวแอดความคิดตัวเองเข้าไปมากเกิน
ชนะ ชัยประเสริฐ

15.1.53

พวกฉันได้เป่าปี่ให้พวกเธอ และเธอมิได้เต้นรำ





เรื่อง มธ 11 ทั้งบทครับ
ใครอยากอ่านแบบมีพระพรมากหน่อยก็เปิดพระคัมภีร์ตามเลยนะครับ

ว่าด้วยเรื่องมุมมองของยอห์น ผู้ให้ับัตติสมา ผู้เห็นว่าความชอบธรรมนั้นเป็นเรื่องใหญ่
ยอห์นให้ผู้คนรับบัตติสมาด้วยน้ำ แต่ไม่สามารถให้รับด้วย พระวิญญาณและไฟ ได้ (ลก 3:16 ) ความเข้าใจบางอย่างจึงนับว่ายังไม่ครบถ้วน
การพยายามเอาดีเอาชั่ว ตามธรรมบัญญัติ ลงทุนเอาคอขึ้นเขียง ต่อว่าถึงระดับนักการเมืองอย่างเฮโรด ผลคือมีคนโดนขัดผลประโยชน์และ ยอห์นตายฟรี.... (หมดกันผู้เผยพระวจนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่โลกเคยมี)

ที่ว่าความเข้าใจยังไม่ครบถ้วนนั้น จึงขอขยายความหน่อย ก่อนตายยอห์นได้ยินข่าวการทำพระราชกิจพระเยซู รู้สึกรับไม่ได้ จึงให้ศิษย์มาถามพระเยซูว่าว่า “ท่านเป็นผู้ที่จะมานั้นหรือ หรือจะต้องคอยผู้อื่น” (3) ที่ถามเเบบนั้นเพราะยอห์นคิดว่าพระเยซูต้องมาช่วยกู้แนวการเมือง (ยอห์นสู้การเมืองอย่างชอบธรรมจนติดคุกอยู่พระเยซูไปรักษาโรคเป็นผู้เผยพระวจนะอยู่ได้)นี่คือความเข้าใจอันไม่ครบของยอห์น

แต่คำตอบของพระเยซูน่าสนใจๆ ไม่ใช่แค่การยอมรับว่าเป็นพระผู้ช่วยให้รอดเท่านั้นยังบอกว่า ผู้ใดไม่เห็นว่าพระองค์เป็นอุปสรรคก็เป็นสุข (น่าเสียดายที่ยอห์น ไม่เป็นสุข)
ท่านทั้งหลายได้ออกไปในถิ่นทุรกันดาร เพื่อดูอะไร มิใช่ดูต้นอ้อไหวโดยถูกลมพัดนะ ถ้าอย่างนั้นท่านทั้งหลายไปดูอะไร ดูคนนุ่งห่มผ้าเนื้ออ่อนนิ่มหรือ ดูเถิด คนนุ่งห่มผ้าเนื้อนิ่มก็อยู่ในราชวัง แต่ท่านทั้งหลายออกไปดูอะไร ดูผู้เผยพระวจนะหรือ แน่ทีเดียว และเราบอกท่านว่า ท่านนั้นเป็นผู้ประเสริฐยิ่งกว่าผู้เผยพระวจนะเสียอีก (มธ 11:7)

ท่านไปคริสตจักรเพื่ออะไร มิใช่ไปนั่งแช่แอร์นะ ถ้าอย่างนั้นท่านทั้งหลายไปดูอะไร ไปหาความชอบธรรมทางการเมืองหรอ ไปที่พรรคการเมืองโน่น แต่เราไป คจ เพื่อหาน้ำพระทัยพระเจ้าใช่ไหม

พระเยซูได้ตรัสเตือนสติผู้คน ถึงหน้าที่ๆเราควรเป็นและความคาดหวังของผู้ที่มาหาเรา คนมา คจ มาเพื่อเเสวงหาน้ำพระทัยพระเจ้า คจ ต้องทำหน้าที่ แม้นยอห์น จะยิ่งใหญ่แต่ไม่ทันเกมส์ เพราะไ่ม่ช่วงชิงแปลกแต่จริงยอห์นให้ศิษย์ดูพระเยซู แต่ตัวเองไม่ตามพระเยซู อันดรู(น้องเปรโตร) ตามพระเยซูทันทีเมื่อรู้(ยน1:37)
แผ่นดินสวรรค์ต้องช่วงชิงเอา ตามให้ทันเกมส์ วิธีง่ายนิดเดียว เอาใจใส่ ติดสนิทพระเจ้า คนไม่ช่วงชิงไม่เข้าใจพระทัยพระเจ้าแบบยอห์น ก็มักเอาดีเอาชั่วตามธรรมบัญญัติไป เผลอหน่อยก็ไปยุ่งการเมืองแล้ว แผ่นดินสวรรค์ก็เป็นสิ่งที่คนได้แสวงหาด้วยใจร้อนรน และผู้ที่ใจร้อนรนก็เป็นผู้ที่ชิงเอาได้ มธ 11:12

ข้อ 13-15 ถ้าอยากเข้าใจก็ไปอ่านที่ มาลาคี 2 ข้อสุดท้ายนะ

(มธ 11:16-17)เราจะเปรียบคนยุคนี้เหมือนกับอะไรดี เปรียบเหมือนเด็กนั่งที่กลางตลาด ร้องแก่เพื่อนว่า พวกฉันได้เป่าปี่ให้พวกเธอ และเธอมิได้เต้นรำ พวกฉันได้พิลาปร่ำไห้ และพวกเธอมิได้ตีอกชกหัว'

คนมักคาดหวังว่าเราต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ ยิวก็คาดหวังพระเยซู ยอห์นก็คาดหวังอีกแบบหนึ่ง แต่พระเยซูมาตามน้ำพระทัยพระเจ้า ต้องเต้นรำตามจังหวะที่โลกปารถนาด้วยหรือ คต.ต้องมีสันหลัง "นี่คือเหรียญของใคร ของซีซาร์ให้ซีซาร์ แต่ของพระเจ้า ให้ซีซาร์ไม่ได้"แล้วคริสตจักรของใคร?

ด้วยว่ายอห์นมาก็ไม่ได้กินหรือดื่ม และเขาว่า 'มีผีเข้าสิงอยู่' ฝ่ายบุตรมนุษย์มาทั้งกินและดื่ม เขาก็ว่า 'ดูเถิด นี่เป็นคนกินเติบและขี้เมา เป็นมิตรสหายกับคนเก็บภาษี และคนนอกรีต' แต่พระปัญญาก็ปรากฏว่าชอบแล้วโดยผลแห่งพระปัญญานั้น”(มธ11:18-19)

ปรกติเราก็ไม่ได้ไปนั่งบนหัวใคร แต่เสียงบ่นว่าจับผิดเป็นเรื่องหลีกไม่ได้ เพราะนี่คือโลกคนบาปที่มีวัฒนธรรมธรรมบัญญัติ และการเอาดีเอาชั่ว ดาวิดก็ไม่ได้นั่งบนหัวมีคาล เธอยังว่าดาวิดได้ (แหมงามหน้าจริงนะกษัตริย์ชาวยิว แก้ผ้าเต้นรำ) "แต่พระปัญญาก็ปรากฏว่าชอบแล้วโดยผลแห่งพระปัญญานั้น "ขอคนมีปัญญาใคร่ครวญเอาเถิด

ผลของการบ่นว่าจับผิดแอบด่าผู้รับใช้แน่นนอนว่าไม่เป็นพระพร ว่าแล้วข้อ 20 ไปพระเยซูต่อว่าแหลก เพราะคนพวกนี้คิดว่าตนเองดีฉลาดเที่ยววิจารณ์คนอืน คงไม่บรรยายรายละเอียดเพราะเป็นข้อมูลค่อนข้างลึกซึ่ง ในเรื่องวิญญาณของแต่ละเมือง

ขณะนั้นพระเยซูทูลว่า “ข้าแต่พระบิดา ผู้เป็นเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และโลก ข้าพระองค์สรรเสริญพระองค์ ที่พระองค์ได้ทรงปิดบังสิ่งเหล่านี้ ไว้จากผู้มีปัญญาและผู้ฉลาด แต่ได้สำแดงให้ผู้น้อยรู้ ข้าแต่พระบิดา พระองค์ทรงเห็นชอบดังนั้น มธ 11:25-26

ทำตัวฉลาดวิจารณ์เพลิน พระเจ้าไม่สำแดง แต่ผู้ถ่อมใจผู้ที่เห็นว่าตนเองเล็กน้อยและคอยพระเจ้า จะเข้าใจ

27“พระบิดาของเรา ได้ทรงมอบสิ่งสารพัดให้แก่เรา และไม่มีใครรู้จักพระบุตร นอกจากพระบิดาและไม่มีใครรู้จักพระบิดานอกจากพระบุตร และผู้ที่พระบุตรประสงค์จะสำแดงให้รู้ 11:27

จะรู้จักพระบิดาก็ต้องรู้ผ่านพระเยซู มัวแต่ว่าพระเยซูก็ไม่เข้าใจพระบิดา บางคนมัวแต่ว่าผม(หัวเลยล้าน)มุก
พระเยซูเป็นจิตใจและความคิดพระเจ้า เรา(คต)ร่วมตายกับพระองค์เป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ เราว่ากันไม่ได้
เคยถูกว่าเหมือนกันว่า เป็นคนกินเติบและขี้เมา เป็นมิตรกับกุ๊ย แต่พระปัญญาก็ปรากฏว่าชอบแล้วโดยผลแห่งพระปัญญานั้น 555

ก่อนจบ มธ 11 พระเยซูได้เปิดโอกาสให้ผู้ฟังกลับใจใหม่อย่างสวยงามในข้อ 28 (ท่านมัทธิวนี้เขียนดีจริงๆพระวิญญาณนำ)
"บรรดาผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลาย หายเหนื่อยเป็นสุข จงเอาแอกของเราแบกไว้ แล้วเรียนจากเรา เพราะว่าเราสุภาพและใจอ่อนน้อม และจิตใจท่านทั้งหลายจะได้พัก ด้วยว่าแอกของเราก็พอเหมาะ และภาระของเราก็เบา”

เขียนถึงตรงนี้ก็ไม่มีอะไรต้องอธิบายมาก ให้พระวิญญาณชี้นำผู้อ่าน เพราะนี่คือประโยคคลาสสิกที่ ไม่สามารถบรรยายได้ในสองสามบันทัด ผู้ที่จะเอ่ยคำๆนี้ได้ ต้องเป็นคนอย่างไรกัน ? เมื่อพระองค์ติเตียนแล้วพระหัตถ์พระองค์ก็มาพันแผลให้เสมอ

พระเยซูคริสต์มาเพื่อเป็นศรีษะของคริสตจักร แบบอย่างทั้งปวงพระองค์ได้สำแดงแล้ว ขอบคุณพระเยซู

ชนะ ชัยประเสริฐ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น