ยินดีต้อนรับครับ

ผมตระหนักว่าการสื่อสารทางเดียวเป็นเรื่องที่ไม่ครบถ้วนเพราะจะขาดความคิดเห็นดีๆ ที่อยากตอบกลับมาด้วย หลายๆท่านเมื่อชมสารคดีที่ผมทำไปจะได้ถามกลับหรือโต้แย้งกลับได้ เพราะแน่นอนว่าความรู้ในพระเจ้าต้องเสริมสร้างกันไปจนกว่าจะถึงความสมบูรณ์ จึงไม่มีอะไรดีไปกว่าสน้อมรับด้วยใจคาราวะ และบทความต่างๆเป็นแนวคิดที่เกิดขึ้น ถ้าพระเจ้านำและเป็นประโยชน์ หวังว่าจะเป็นพระพรแก่ผู้มาชม แล้วช่วยเม้นหน่อยนะครับเพราะเขียนไปบางที่ลืมตัวแอดความคิดตัวเองเข้าไปมากเกิน
ชนะ ชัยประเสริฐ

25.1.53

คริสตจักรขับเคลื่อนโลก

ริสตจักรคือเครื่องมือของพระเจ้าที่จะเปิดเผยแผนงานความล้ำลึกของพระเจ้า ถ้าคริสตจักรไม่ไปถึงความรุ่งโรจน์ในพระเจ้าแล้ว ความจริงของพระเจ้าก็ไม่ปรากฎ
พบกับวิถีแห่งคริสตจักรและการต่อสู้อันยาวนาน เพื่อนำความรุ่งโรจน์และสง่าราศีของพระเจ้ามายังโลกนี้เพราะคริสตจักรที่รุ่งโรจน์ ย่อมขับเคลื่อนโลกไปได้ด้วยพระพรของพระเจ้า

เมื่อชมสารคดีชุดนี้แล้วท่านต้องถามตัวท่านเองอย่างแรกเลยว่า
"กล้าไหมที่จะเปลี่ยน กล้าไหมที่จะรู้มากขึ้น"

งานนี้ต้องเข็ญตัวเองทำอย่างมาก (เป็นเรื่องสงครามฝ่ายวิญญาณ) ขอผู้ชมทุกท่านได้รับพระพรครับ

รับชมแล้วเม้นด้วยครับขอบคุณมาก

70 สัปตะ ความจริงสุดท้ายในไบเบิ้ล


70 สัปตะ เป็นสารคดีที่ดี สำหรับผู้ที่จะเรียนรู้จัก "กาลสิ้นยุค"
ผมผลิตลงในรายการเมื่อปี 2007 ประมาณ 30 นาที ได้ไปบรรยายเรื่องนี้ตาม คจ ต่างๆ และเริ่มผลิตเป็น DVD ชุดนี้เมื่อปี กลางปี 2009 รีบหน้าที่พิธีกรสุดเก็กเอง ขอบคุณพระเจ้าได้รับการตอบรับดีเกินคาด เลยมีกำลังใจทำต่ออีก ประมาณกลางปีนี้จะทำเรื่อง วิวรณ์ ความจริงท้ายสุดในไบเบิ้ลครับ

สำหรับ 70 สัปตะ มาจากการคลุกคลีพูดคุยกับ ผป วีระศักดิ์ กิตะพานิชย์ อ.อภิรักษ์สอนพรินทร์ และที่สำคัญอีกท่านคือ อ.ดร. เปรมศักดิ์ จีระแพทย์ รวมถึงหนังสือกลียุค ของอาจารย์ ราอูล ไรเน่ เหล่านี้หล่อหลอมให้เกิดความรู้นี้ขึ้นมา โดยผู้ขับเคลื่อนเบื้องหลังให้ไปพูดคุยพบเจอ คือพระวิญญาณของพระเจ้า ที่คอยนำตลอดเสมอมา

สำหรับผู้ที่อยากรู้ว่าน่าสนใจอย่างไร ทำไมเราต้องรู้เรื่องกลียุคด้วย
แท้จริงเรื่องกลียุคไม่ได้สำคัญไปมากกว่าเรื่องการเสด็จกลับมาครั้งที่ 2 ของพระเยซูคริสต์
การมาครั้งแรกมีหลายคนพลาด ทั้งที่คำนวนได้(รายละเอียดในสารคดี)
การมาครั้งที่ 2 สำคัญมากกว่าครั้งแรกและยิ่งใหญ่ เราเป็นผู้เตรียมทาง และเจ้าสาว
ควรไหมที่เราต้องเรียนรู้จักวันเวลาของพระเจ้าในกาลสิ้นยุคนี้


มีผู้หวังดีช่วยโหลดสารคดี 70 สัปตะ ให้ ก็ถือโอกาสนำลิงค์มาฝาก
http://www.youtube.com/watch?v=aBBCfI8mQvQ


แต่แน่นนอนว่าความรู้นี้ยังไม่สมบูรณ์ครับ ขอเม้นให้หน่อย หรือถามมาได้ครับ มีโอกาสตอบให้แน่นนอน

สารคดี the easter


เป็นสารคดีที่ภูมิใจนำเสอมากครับ เพราะทำตอนที่มีไฟ
เสียดายต้องตัดหลักฐานหลายๆอย่างออก เพราะเวลาไม่เพียงพอ
(ทำฉายในคริสตจักร) ขอบคุณ คุณหน่อย ที่เป็นพิธีกรให้ แบบไม่เอาค่าตัว
น่าเสียดายที่พอถึงเวลาฉายจริงๆที่ คจ ไม่ได้ฉายเพราะเวลาไม่มี แต่ไม่เป็นไร
เพราะนำออก รายการคริสเตียนวาไรตี้ TTV2 มีคนโทรมาขอรู้จักพระเจ้าหลายคน

ปัจจุบันสารคดีชุดนี้ถวายให้มูลนิธิสื่อใจไทยจัดจำหน่ายครับเพื่อนำเงินส่งเสริมงานรับใช้พระเจ้าของมูลนิธิต่อไป

ท่านที่เคยชมสารคดีชุดนี้ช่วยเม้นด้วยครับ ขอบคุณมาก

15.1.53

พวกฉันได้เป่าปี่ให้พวกเธอ และเธอมิได้เต้นรำ





เรื่อง มธ 11 ทั้งบทครับ
ใครอยากอ่านแบบมีพระพรมากหน่อยก็เปิดพระคัมภีร์ตามเลยนะครับ

ว่าด้วยเรื่องมุมมองของยอห์น ผู้ให้ับัตติสมา ผู้เห็นว่าความชอบธรรมนั้นเป็นเรื่องใหญ่
ยอห์นให้ผู้คนรับบัตติสมาด้วยน้ำ แต่ไม่สามารถให้รับด้วย พระวิญญาณและไฟ ได้ (ลก 3:16 ) ความเข้าใจบางอย่างจึงนับว่ายังไม่ครบถ้วน
การพยายามเอาดีเอาชั่ว ตามธรรมบัญญัติ ลงทุนเอาคอขึ้นเขียง ต่อว่าถึงระดับนักการเมืองอย่างเฮโรด ผลคือมีคนโดนขัดผลประโยชน์และ ยอห์นตายฟรี.... (หมดกันผู้เผยพระวจนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่โลกเคยมี)

ที่ว่าความเข้าใจยังไม่ครบถ้วนนั้น จึงขอขยายความหน่อย ก่อนตายยอห์นได้ยินข่าวการทำพระราชกิจพระเยซู รู้สึกรับไม่ได้ จึงให้ศิษย์มาถามพระเยซูว่าว่า “ท่านเป็นผู้ที่จะมานั้นหรือ หรือจะต้องคอยผู้อื่น” (3) ที่ถามเเบบนั้นเพราะยอห์นคิดว่าพระเยซูต้องมาช่วยกู้แนวการเมือง (ยอห์นสู้การเมืองอย่างชอบธรรมจนติดคุกอยู่พระเยซูไปรักษาโรคเป็นผู้เผยพระวจนะอยู่ได้)นี่คือความเข้าใจอันไม่ครบของยอห์น

แต่คำตอบของพระเยซูน่าสนใจๆ ไม่ใช่แค่การยอมรับว่าเป็นพระผู้ช่วยให้รอดเท่านั้นยังบอกว่า ผู้ใดไม่เห็นว่าพระองค์เป็นอุปสรรคก็เป็นสุข (น่าเสียดายที่ยอห์น ไม่เป็นสุข)
ท่านทั้งหลายได้ออกไปในถิ่นทุรกันดาร เพื่อดูอะไร มิใช่ดูต้นอ้อไหวโดยถูกลมพัดนะ ถ้าอย่างนั้นท่านทั้งหลายไปดูอะไร ดูคนนุ่งห่มผ้าเนื้ออ่อนนิ่มหรือ ดูเถิด คนนุ่งห่มผ้าเนื้อนิ่มก็อยู่ในราชวัง แต่ท่านทั้งหลายออกไปดูอะไร ดูผู้เผยพระวจนะหรือ แน่ทีเดียว และเราบอกท่านว่า ท่านนั้นเป็นผู้ประเสริฐยิ่งกว่าผู้เผยพระวจนะเสียอีก (มธ 11:7)

ท่านไปคริสตจักรเพื่ออะไร มิใช่ไปนั่งแช่แอร์นะ ถ้าอย่างนั้นท่านทั้งหลายไปดูอะไร ไปหาความชอบธรรมทางการเมืองหรอ ไปที่พรรคการเมืองโน่น แต่เราไป คจ เพื่อหาน้ำพระทัยพระเจ้าใช่ไหม

พระเยซูได้ตรัสเตือนสติผู้คน ถึงหน้าที่ๆเราควรเป็นและความคาดหวังของผู้ที่มาหาเรา คนมา คจ มาเพื่อเเสวงหาน้ำพระทัยพระเจ้า คจ ต้องทำหน้าที่ แม้นยอห์น จะยิ่งใหญ่แต่ไม่ทันเกมส์ เพราะไ่ม่ช่วงชิงแปลกแต่จริงยอห์นให้ศิษย์ดูพระเยซู แต่ตัวเองไม่ตามพระเยซู อันดรู(น้องเปรโตร) ตามพระเยซูทันทีเมื่อรู้(ยน1:37)
แผ่นดินสวรรค์ต้องช่วงชิงเอา ตามให้ทันเกมส์ วิธีง่ายนิดเดียว เอาใจใส่ ติดสนิทพระเจ้า คนไม่ช่วงชิงไม่เข้าใจพระทัยพระเจ้าแบบยอห์น ก็มักเอาดีเอาชั่วตามธรรมบัญญัติไป เผลอหน่อยก็ไปยุ่งการเมืองแล้ว แผ่นดินสวรรค์ก็เป็นสิ่งที่คนได้แสวงหาด้วยใจร้อนรน และผู้ที่ใจร้อนรนก็เป็นผู้ที่ชิงเอาได้ มธ 11:12

ข้อ 13-15 ถ้าอยากเข้าใจก็ไปอ่านที่ มาลาคี 2 ข้อสุดท้ายนะ

(มธ 11:16-17)เราจะเปรียบคนยุคนี้เหมือนกับอะไรดี เปรียบเหมือนเด็กนั่งที่กลางตลาด ร้องแก่เพื่อนว่า พวกฉันได้เป่าปี่ให้พวกเธอ และเธอมิได้เต้นรำ พวกฉันได้พิลาปร่ำไห้ และพวกเธอมิได้ตีอกชกหัว'

คนมักคาดหวังว่าเราต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ ยิวก็คาดหวังพระเยซู ยอห์นก็คาดหวังอีกแบบหนึ่ง แต่พระเยซูมาตามน้ำพระทัยพระเจ้า ต้องเต้นรำตามจังหวะที่โลกปารถนาด้วยหรือ คต.ต้องมีสันหลัง "นี่คือเหรียญของใคร ของซีซาร์ให้ซีซาร์ แต่ของพระเจ้า ให้ซีซาร์ไม่ได้"แล้วคริสตจักรของใคร?

ด้วยว่ายอห์นมาก็ไม่ได้กินหรือดื่ม และเขาว่า 'มีผีเข้าสิงอยู่' ฝ่ายบุตรมนุษย์มาทั้งกินและดื่ม เขาก็ว่า 'ดูเถิด นี่เป็นคนกินเติบและขี้เมา เป็นมิตรสหายกับคนเก็บภาษี และคนนอกรีต' แต่พระปัญญาก็ปรากฏว่าชอบแล้วโดยผลแห่งพระปัญญานั้น”(มธ11:18-19)

ปรกติเราก็ไม่ได้ไปนั่งบนหัวใคร แต่เสียงบ่นว่าจับผิดเป็นเรื่องหลีกไม่ได้ เพราะนี่คือโลกคนบาปที่มีวัฒนธรรมธรรมบัญญัติ และการเอาดีเอาชั่ว ดาวิดก็ไม่ได้นั่งบนหัวมีคาล เธอยังว่าดาวิดได้ (แหมงามหน้าจริงนะกษัตริย์ชาวยิว แก้ผ้าเต้นรำ) "แต่พระปัญญาก็ปรากฏว่าชอบแล้วโดยผลแห่งพระปัญญานั้น "ขอคนมีปัญญาใคร่ครวญเอาเถิด

ผลของการบ่นว่าจับผิดแอบด่าผู้รับใช้แน่นนอนว่าไม่เป็นพระพร ว่าแล้วข้อ 20 ไปพระเยซูต่อว่าแหลก เพราะคนพวกนี้คิดว่าตนเองดีฉลาดเที่ยววิจารณ์คนอืน คงไม่บรรยายรายละเอียดเพราะเป็นข้อมูลค่อนข้างลึกซึ่ง ในเรื่องวิญญาณของแต่ละเมือง

ขณะนั้นพระเยซูทูลว่า “ข้าแต่พระบิดา ผู้เป็นเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และโลก ข้าพระองค์สรรเสริญพระองค์ ที่พระองค์ได้ทรงปิดบังสิ่งเหล่านี้ ไว้จากผู้มีปัญญาและผู้ฉลาด แต่ได้สำแดงให้ผู้น้อยรู้ ข้าแต่พระบิดา พระองค์ทรงเห็นชอบดังนั้น มธ 11:25-26

ทำตัวฉลาดวิจารณ์เพลิน พระเจ้าไม่สำแดง แต่ผู้ถ่อมใจผู้ที่เห็นว่าตนเองเล็กน้อยและคอยพระเจ้า จะเข้าใจ

27“พระบิดาของเรา ได้ทรงมอบสิ่งสารพัดให้แก่เรา และไม่มีใครรู้จักพระบุตร นอกจากพระบิดาและไม่มีใครรู้จักพระบิดานอกจากพระบุตร และผู้ที่พระบุตรประสงค์จะสำแดงให้รู้ 11:27

จะรู้จักพระบิดาก็ต้องรู้ผ่านพระเยซู มัวแต่ว่าพระเยซูก็ไม่เข้าใจพระบิดา บางคนมัวแต่ว่าผม(หัวเลยล้าน)มุก
พระเยซูเป็นจิตใจและความคิดพระเจ้า เรา(คต)ร่วมตายกับพระองค์เป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ เราว่ากันไม่ได้
เคยถูกว่าเหมือนกันว่า เป็นคนกินเติบและขี้เมา เป็นมิตรกับกุ๊ย แต่พระปัญญาก็ปรากฏว่าชอบแล้วโดยผลแห่งพระปัญญานั้น 555

ก่อนจบ มธ 11 พระเยซูได้เปิดโอกาสให้ผู้ฟังกลับใจใหม่อย่างสวยงามในข้อ 28 (ท่านมัทธิวนี้เขียนดีจริงๆพระวิญญาณนำ)
"บรรดาผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลาย หายเหนื่อยเป็นสุข จงเอาแอกของเราแบกไว้ แล้วเรียนจากเรา เพราะว่าเราสุภาพและใจอ่อนน้อม และจิตใจท่านทั้งหลายจะได้พัก ด้วยว่าแอกของเราก็พอเหมาะ และภาระของเราก็เบา”

เขียนถึงตรงนี้ก็ไม่มีอะไรต้องอธิบายมาก ให้พระวิญญาณชี้นำผู้อ่าน เพราะนี่คือประโยคคลาสสิกที่ ไม่สามารถบรรยายได้ในสองสามบันทัด ผู้ที่จะเอ่ยคำๆนี้ได้ ต้องเป็นคนอย่างไรกัน ? เมื่อพระองค์ติเตียนแล้วพระหัตถ์พระองค์ก็มาพันแผลให้เสมอ

พระเยซูคริสต์มาเพื่อเป็นศรีษะของคริสตจักร แบบอย่างทั้งปวงพระองค์ได้สำแดงแล้ว ขอบคุณพระเยซู

ชนะ ชัยประเสริฐ